ข้าวไร่ดอกข่าพังงา

ศูนย์ข้อมูลข้าวตลาดเฉพาะ

ข้าวไร่ดอกข่าพังงา

image

ประวัติพันธุ์

จังหวัดพังงา แต่เดิมเชื่อว่าชื่อ “เมืองภูงา” ตามชื่อเขางา หรือเขาพังงา หรือกราภูงา หรือพังกว ตาม ภาษามลายู และสันนิษฐานว่าอาจตั้งชื่อเมืองภูงา ให้คล้องจองกับเมืองภูเก็ต และมีสันนิษฐานเหตุที่ชื่อเมืองภูงาเปลี่ยนเป็นพังงา เนื่องมาจากเป็นเมืองที่มีแร่ดีบุกอุดมสมบูรณ์ จึงมีชาวต่างชาติมาติดต่อซื้อขายทํา การค้า ตามเอกสารบันทึกชื่อเมืองว่า Phunga หรือ Punga อ่านได้ว่า ภูงา หรือพังงา หรือฟังกา ได้ สมัยก่อนการคมนาคมในแถบนี้ยังยากลําบากสําหรับการออกไปซื้อข้าว จึงจําเป็นต้องปลูกข้าวเพื่อ รับประทานเอง แต่เมื่อพื้นที่ไม่เหมาะแก่การทํานา เนื่องจากไม่เป็นที่ราบลุ่ม จึงต้องใช้พันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับพื้นที่ราบลอนตื้น ที่ดอน และเนินภูเขาเตี้ยๆ ซึ่งมีข้าวไร่หลายสายพันธุ์ที่นิยมปลูกทั่วไปในแถบพื้นที่จังหวัดพังงา แต่ช่วงหลังการปลูกข้าวไร่ได้ลดน้อยลงทําให้ชาวไร่หลายสายพันธุ์สูญหายไป แต่ข้าวไร่ดอกข่าพังงายังเป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่ชาวบ้านได้อนุรักษ์ไว้ โดยยังคงอนุรักษ์วิธีการปลูกข้าวและการเก็บเกี่ยวแบบดั้งเดิม มีการจัดงานวันข้าวไร่ดอกข่าพังงา งานลงแขกเกี่ยวข้าวเพื่อสืบสานประเพณีวัฒนธรรมพื้นบ้านของจังหวัดพังงา ทําให้ข้าวไร่ดอกข่าพังงายังคงอยู่คู่กับจังหวัดพังงามาจนปัจจุบัน

 

ลักษณะประจำพันธุ์

ข้าวไร่ดอกข่าวพังงา (Khao Rai Dawk Kha Phangnga หรือ Rai Dawk Kha Phangnga Rice) หมายถึง ข้าวไร่พันธุ์พื้นเมืองที่มีสีน้ําตาลแดงอมม่วง สีแดง หรือสีแดงแกมขาว เป็นข้าวไวต่อช่วงแสง เมล็ด เรียวยาว เมื่อหุงสุกจะมีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย หุงขึ้นหม้อ ไม่แข็ง รสชาติอร่อย ปลูกในเขตพื้นที่อําเภอตะกั่วทุ่ง อําเภอท้ายเหมือง และอําเภอเมืองพังงา ของจังหวัดพังงา

 

ความสัมพันธ์กับแหล่งภูมิศาสตร์

ลักษณะภูมิประเทศ จังหวัดพังงาตั้งอยู่ทางภาคใต้ อยู่ระหว่างละติจูดที่ 8 องศา 27 ลิปดา 52.3 ฟิลิปดาเหนือ และเส้น ลองจิจูดที่ 98 องศา 32 ลิปดาตะวันออก โดยทิศตะวันตกติดกับทะเลอันดามันและมหาสมุทรอินเดีย มีชายฝั่งทะเลยาว 239.25 เมตร มีภูเขาสลับซับซ้อนเป็นแนวยาวจากทิศเหนือไปทิศใต้ บางพื้นที่เป็นที่ราบ และเนินภูเขาเตี้ยๆ ลาดลงจากทิศตะวันออกสู่ทิศตะวันตก สภาพดินโดยทั่วไปของจังหวัดพังงา เป็นดินร่วน ดินร่วนปนดินเหนียว หรือดินร่วนปนดินทราย สีดินเป็นสีน้ําตาล สีเหลือง หรือสีแดง เกิดจากการสลายตัวของหินต้นกําเนิดชนิดต่างๆ เช่น หินอัคนี หินตะกอน และหินแปร มีการระบายน้ําดี ความอุดมสมบูรณ์ปานกลางถึงค่อนข้างต่ำ ปฏิกิริยาดินเป็นกรดจัดถึงเป็นกรดแก่ มีค่าความเป็นกรดและด่าง ในช่วง 4.5 - 5.5 เนื่องจากพันธุกรรมที่ตอบสนองเฉพาะดิน จึงทําให้ข้าวไร่ดอกข่าพังงามีความต้านทานต่อโรคได้ดี

ลักษณะภูมิอากาศ จังหวัดพังงา มีอุณหภูมิเฉลี่ย 28 องศาเซลเซียส ฤดูหนาวอยู่ในช่วงเดือน พฤศจิกายน - มกราคม มีอุณหภูมิไม่หนาวจัด เนื่องจากอยู่ไกลจากอิทธิพลของอากาศหนาว แต่บางครั้ง อาจเกิดฝนตก ฤดูร้อนอยู่ในช่วงเดือนมกราคม - เมษายน ฤดูฝนอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคม - ตุลาคมมีฝน ตกชุก ซึ่งได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ มีความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยร้อยละ 28 ปริมาณน้ําฝน เฉลี่ย 3,100 มิลลิเมตรต่อปี จากลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศดังกล่าว ทําให้เหมาะแก่การปลูกและ เจริญเติบโตของข้าวไร่ดอกข่าพังงา

 

คุณค่าทางโภชนาการ

กรดไขมันโอเมก้า 9 เป็นตัวช่วยในการสร้างฮอร์โมนโพรสตาแกลนดิน (Prostaglandins) ช่วยลดคอเรสเตอรอลช่วยเพิ่มระดับ HDL (ระดับไขมันดีสำหรับหลอดเลือดแดง) ลดไตรกลีเซอไรด์และช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพวิตามินอีชนิดอัลฟาโทโคฟีรอลและแกมม่าโทโคฟีรอลมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมุลอิสระ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันรักษาโรคโลหิตจาง ชะลอการเสื่อมสุขภาพของเซลล์ไม่ให้แก่ก่อนวัย ช่วยกำจัดเซลล์ที่ตายแล้ว และสารอนุมูลบริเวณจุดด่างดำได้ดี

 

ได้รับการรับรอง ข้าวสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) 12 กันยายน 2557

ด้านบน